
บทความนี้ tripunseen จะมาแชร์แผนการเดินทางไป สี่ดรุณี หรือ Siguniangshan และ Bipenggou ประเทศจีน โดยการไปเที่ยวจีนครั้งแรก ไปมาเป็นยังไงบ้างและเตรียมตัวยังไง มาดูกันครับ



เตรียมพร้อม
การไปจีนนั้น อาจจะไม่ง่ายเหมือนกับไปญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ เนื่องจากสถานที่ อาทิ สี่ดรุณี หรือ ปี้เผิงโกว นั้นค่อนข้างไกลและไม่สามารถไปได้โดยง่าย อีกทั้งด้านภาษาที่เราอาจจะพูดไม่ได้ การใช้บางโชเซียลมีเดียไม่ได้ อาทิ บริการของ Google, AI แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ถ้าเราเตรียมพร้อมดี
1. มือถือเราคือเกือบทุกสิ่ง
การไปจีน ทุกอย่างอยู่ที่มือถือเราใช้เกือบทุกสิ่ง อาทิ การจ่ายเงิน การแปลภาษา การนำทาง รวมไปถึงการดูรีวิว ต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องมี มีดังนี้ครับ
1.1 แอปพลิเคชัน Alipay
เนื่องจากต้องจ่ายเงินร้านสะดวกซื้อ หรือจ่ายเงินต่าง ๆ นั้นการไปจีน ถือว่าเป็นการใช้จ่ายเรื่องปกติ ซึ่งรองรับเยอะมาก อารมณ์จ่ายพร้อมเพย์บ้านเราเลย อะไร ๆ ก็สแกนจ่าย ฮ่า ๆ นอกจากใช้จ่ายเงินแล้วก็มี ทั้งในเรื่อง
- ชำระเงินซื้อตั๋วรถไฟ
- สแกนซื้อร้านค้าร้านอาหาร ในห้างเกือบทุกที่ อาทิ ชาจี กินหม่าล่าในห้าง ซึ่งจะเป็นแอปภายในซ้อนอีกทีเมื่อเราสแกน QR Code ร้านอาหาร
ในการใช้งาน Alipay สามารถผูกกับบัตรเดบิต หรือ เครดิตได้ หากใช้เป็นบัตร Travel cards จะเสียค่าธรรมเนียมน้อย ทั้งนี้อย่าลืมศึกษาค่าธรรมเนียมการใช้บัตรด้วย
1.2 AMap
เรารู้กันดีว่าการใช้ Google map นั้นก็ใช้ได้แหละแต่หากไปจีนนั้นบางสถานที่อาจจะไม่ถูก ดังนั้นการใช้ amap หรือใช้ apple maps อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
1.3 Wechat
ในจีนนั้นหากเราต้องสื่อสาร กับคนอื่น ๆ หรือ กรณีเราจองทัวร์รถ จะใช้ Wechat. เป็นหลักซึ่งสามารถใช้จ่ายร้านค้าร้านอาหารได้เช่นกัน
1.4 DiDi
แอปพลิเคชันเรียกรถ โดยหากต้องการไปเที่ยวที่ไม่มึรถสาธารณะ หรือกลับง่าย ๆ เดินทางสะดวก สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ในการกดเรียกรถ เพื่อไปยังหมุดหมายที่ต้องการได้แล้วก็จ่ายด้วย Alipay ได้เช่นเดียวกัน เหมือน grab บ้านเราสะดวกสุด ๆ
1.5 RedNote
สำหรับใครสายคาเฟ่ หรือเที่ยวเอง การหารีวิวนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก RedNote เป็นแอปที่คล้าย Lemon8 ซึ่งจะมี ผส จีนรีวิวไว้ค่อนค้างเยอะว่าสถานที่นี้เป็นอย่างไร สำหรับใครอยากเที่ยวตามรอย ผส จีนแอปนี้คือคำตอบ
2. เตรียมพร้อมร่างกาย
การที่เราจะไปเที่ยวสี่ดรุณี หรือปี้เผิงโกว นั้นค่อนข้าวอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3800 เมตร เลยที่เดีย แต่อุทยานทั้งสองก็ไม่ได้สูงระดับนี้หมดจะเป็นการไต่ระดับไปเรื่อย ๆ แต่จะไม่เกิน 3900 เมตรที่ให้นักท่องเที่ยวไปได้อย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้น ความสูงระดับนี้ย่อมมีผลกระทบต่อร่างกายเรา
ไม่อยากให้ทุกท่านต้องกังวล และไม่อยากให้หลายท่านไม่เตรียมพร้อม
ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ พบได้ทั่วไป
- ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- เหนื่อยง่าย
วิธีรับมือก่อนเดินทาง
- สำรวจตัวเราเองก่อนนั่นเองครับ ว่ามีโรคประจำตัวอะไรไหม
- นอนพักผ่อนเยอะ ๆ
- ทานยา (ส่วนตัวไม่แนะนำให้ทาน) ขอสวนชื่อยาครับ แต่ไม่สะดวกใจ ให้สอบถามและพบแพทย์ก่อนจะดีกว่าซื้อมากินเอง
ระหว่างเที่ยวอุทยาน
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ
- เดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบวิ่ง เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย ๆ
- เหนื่อยให้พัก อย่าฝืนเดินต่อ
ทั้งนี้ทั้งนั้นหมั่นเช็กร่างกายและประเมินตัวเองด้วยนะครับ
3. จองรถพร้อมคนขับ
สำหรับไปอุทยานปี้เผิงโกว และ สี่ดรุณี นั้น เราจะต้องใช้บริการเช่าเหมารถพร้อมคนขับครับ เนื่องจากเราสามารถปรับแต่งเวลาการท่องเที่ยวเองได้ โดย tripunseen เลือกใช้บริการกับ Facebook: เช็กอินเฉิงตู ต้องจองล่วงหน้าและชำระเงินมัดจำก่อนนั่นเองครับ โดยจะมีไกด์คนไทยและไกด์คนจีนที่คอยดูแลและขับรถพาเราไปเที่ยว และจะใช้ดช่องทาง wechat ในการประสานงานกันนั่นเองครับ
เรื่องราคาสามารถสอบถามได้ที่เพจโดยตรงได้โดยจะมีความแตกต่างกันทั้งโปรโมชัน ช่วงการเดินทางมากน้อย แต่สามารถเลือกใช้บริการอื่น ๆ ได้ตามความสะดวกครับไม่จำเป็นต้องที่เดียวกับของ tripunseen หากใช้บริการที่น่าเชื่อถือก็สบายใจหายห่วงครับ เนื่องจากคนขับมีประสบการณ์ในพื้นที่เป็นพิเศษ และดีกว่าเราขับรถไปเองแน่นอน
หากใครใส่นาฬิกาที่วัด Heart rate เราจะสูงนิดหน่อย ก็อย่าแพนิกมากนะครับ และเราก็อาจจะปวดเข้าห้องน้ำบ่อย เพราะไตต้องทำงานหนักขึ้น
ข้อควรระวังระหว่างเที่ยวอุทยาน
เมื่อเราอยู่ที่ความสูงมาก ความกดอากาศน้อย ทำให้เราจะเหนื่อยมากกว่าปกติครับ การจะเที่ยวได้แบบลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด
แพลนการเดินทาง
เอาหล่ะมาเริ่มดูแพลนการเดินทางกันเลย
วันที่ 1 – ตัวเมืองเฉิงตู
หากใครมี Flight บินไปถึงเช้า จะสามารถเที่ยวในตัวเมืองได้ได้ในวันแรกเนื่องจากเดินทางง่าย

เที่ยวในเมืองวันแรกเพื่อปรับตัวและไม่เหนื่อยเกินไป เพราะวันที่ 2 เรามีต้องเดินทางออกแต่เช้านั่นเองและการเดินทางจากตัวเมืองเฉิงตูไปอุทยานก็ค่อนข้างไกล หากเราออกตามเวลาจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
เช็กลิสต์ก่อนเช้าอีกวัน
- แนะนำให้ทุกท่านซื้อตั๋วอุทยานปี้เผิงโกว ไว้ล่วงหน้าก่อน จะได้ไปถึงไม่ต้องซื้อหน้าอุทยาน โดยสามารถซื้อได้ใน trip.com นั่นเองครับ
วันที่ 2 – เดินทางไปปี้เผิงโกว

รูปภาพแผนที่ปี้เผิงโกวจาก Bee Trip
เราจะไปอุทยานกันตอนเช้า ๆ เมื่อถึงแล้ว พี่คนขับก็จะแวะให้ทานข้าวก่อนไปอุทยานปี้เผิงโกว เนื่องจากค่อนข้างหาของกินนิดหน่อย หรือถ้าใครตุนของกินเล่นไว้ก็สบายใจได้
ข้อดีของการเที่ยวปี้เผิงโกวก่อน
เนื่องจากตัวอุทยานเอง จุดขึ้นรถจะอยู่ที่ต่ำประมาณ 2,300 เมตรครับและจะขึ้นรถไปสูง ตามลำดับ ต่างจากสี่ดรุณีหากเราไปมันจะสูงอยู่แล้วในการเดินทางด้วยรถส่วนตัวไป ทำให้ใครที่อยากปรับตัวก่อน ปี้เผิงโกว อาจจะตอบโจทย์
อุทยานนี้จะต้องใช้รถบัสขึ้นไปครับจากฐาน โดยจะนั่งค่อนข้างนานและขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ และจุดแรกที่รถบัสจะไปส่ง จะไม่ได้ไปสูง 3800+ ทันทีแต่จะจอดจุดแรกความสูงประมาณ 2,900 เมตรโดยประมาณ
วันที่ 3 – ที่สี่ดรุณี
วันที่ 3 ก็เตรียมพร้อมเที่ยวสี่ดรุณี ต่อกันเลย และเราจะนอนพักใกล้ ๆ อุทยาน ทำให้ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากมาถึงหน้าอุทยาน

วันที่ 4 – Tea House & ภูเขาฉึ่งเฉิง Qingcheng
หลังจากเที่ยวสี่ดรุณีกันมาแล้ว วันที่ 4 เราจะเริ่มเดินทางกลับเข้าเมืองเฉิงตูครับ ซึ่งวันนี้จะไม่เน้นเที่ยวแบบอัดแน่นมาก เพราะช่วง 2 วันที่ผ่านมาเราเดินทางและขึ้นเขากันมาเยอะพอสมควรแล้ว
ระหว่างทางกลับสามารถแวะเที่ยว Qingcheng Mountain หรือภูเขาชิงเฉิง ได้ครับ โดยบริเวณนี้จะมีทั้งธรรมชาติ วัดจีน และบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น ต่างจากสี่ดรุณีและปี้เผิงโกวที่เป็นแนวภูเขาสูงแบบเต็ม ๆ
ถ้าใครไม่ได้อยากเดินขึ้นเขาหนัก ๆ ก็สามารถเลือกเที่ยวในจุดที่เดินทางสะดวก หรือแวะ Tea House นั่งจิบชา พักขา แล้วค่อยเดินทางกลับเฉิงตูก็ได้ครับ
ส่วนตัวผมมองว่าวันนี้เป็นวันที่เหมาะกับการ “พักร่าง” มากกว่า เพราะถ้าอัดสถานที่เที่ยวเยอะเกินไป หลังจากขึ้นเขามา 2 วัน ร่างกายอาจจะไม่ค่อยไหวแล้ว ฮ่า ๆ
ช่วงเย็นก็เดินทางกลับเข้าเมืองเฉิงตูครับ
คืนนี้แนะนำให้นอนในเมืองเฉิงตู จะเดินทางต่อวันรุ่งขึ้นได้ง่าย และถ้าใครมีของฝากหรือของที่ยังไม่ได้ซื้อ ก็สามารถใช้ช่วงเย็นนี้เดินหาซื้อเพิ่มเติมได้เลย

วันที่ 5 – ปล่อยจอย
ถึงวันก่อนกลับแล้วครับ วันนี้ไม่มีอะไรต้องรีบมากแล้ว เพราะเราจะเดินทางกลับประเทศไทย
ถ้าไฟลต์กลับเป็นช่วงบ่ายหรือเย็น ก็สามารถใช้ช่วงเช้าเดินเล่นในเมืองเฉิงตูได้อีกนิดหน่อย จะไปหาอาหารกิน เดินหาของฝาก หรือแวะคาเฟ่ก็ได้ครับ
ใครพักแถว Chunxi Road ก็ถือว่าสะดวกมาก เพราะบริเวณนี้มีร้านอาหาร ร้านค้า ห้าง และสถานที่ให้เดินเล่นค่อนข้างเยอะ เรียกว่าก่อนกลับก็ยังมีเวลาให้ “ปล่อยจอย” กันอีกหน่อย
จากนั้นก็เดินทางไปสนามบิน และเตรียมตัวกลับประเทศไทยครับ
เรียกได้ว่า 5 วัน 4 คืนนี้ เราได้ทั้งเที่ยวเมือง ขึ้นเขา เที่ยวอุทยาน นั่งรถยาว ๆ กินอาหารจีน และสัมผัสจีนในมุมที่ต่างจากการเที่ยวเฉิงตูในเมืองอย่างเดียวพอสมควรเลยครับ
แล้วฤดูฝนไปสี่ดรุณีและปี้เผิงโกวดีไหม?
คำตอบของผมคือ ไปได้ครับ และสวยคนละแบบกับฤดูหนาวเลย
ช่วงฤดูฝนจะได้เห็นภูเขาที่เขียวมากขึ้น น้ำตก ลำธาร และหมอกตามภูเขา บางวันถ้าโชคดีก็จะได้เจอบรรยากาศภูเขาที่มีเมฆลอยอยู่ด้านบน ซึ่งถ่ายรูปออกมาค่อนข้างสวยเลย
แต่สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือ สภาพอากาศบนภูเขาคาดเดายากมาก
เช้าอาจมีแดด
อีกชั่วโมงหนึ่งฝนตก
ผ่านไปอีกพักหนึ่งหมอกลง
ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าขึ้นไปแล้วจะต้องฟ้าเปิด 100% เหมือนรูปที่เห็นในอินเทอร์เน็ตครับ เพราะธรรมชาติไม่ได้ทำงานตามตารางเที่ยวของเรา ฮ่า ๆ
ถ้าเจอฝนก็ไม่ได้หมายความว่าเที่ยวไม่ได้เสมอไป เพียงแต่ต้องเตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าให้เหมาะ และเผื่อเวลาเดินทางเอาไว้มากกว่าปกติ
โดยเฉพาะการเดินทางบนเขา หากสภาพอากาศไม่ดีมาก ๆ ควรฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และคนขับในพื้นที่เป็นหลักครับ
ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายของทริปนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนคนและรูปแบบการเดินทางค่อนข้างมากครับ โดยเฉพาะ ค่ารถพร้อมคนขับ
ถ้าไปกันหลายคนแล้วหารค่ารถกัน ค่าใช้จ่ายต่อคนจะลดลงค่อนข้างเยอะ
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น
- ค่าตั๋วเครื่องบิน
- ค่าที่พัก
- ค่าเหมารถพร้อมคนขับ
- ค่าเข้าอุทยานและค่ารถภายในอุทยาน
- ค่าอาหาร
- ค่า SIM / eSIM
- ค่าเดินทางในเมือง
- ของฝากและค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ดังนั้นผมไม่อยากฟันธงเป็นตัวเลขเดียว เพราะราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และรถสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่เดินทางครับ
ส่วนตัวผมแนะนำให้ลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนจอง โดยเฉพาะค่ารถ เพราะเป็นก้อนใหญ่ของทริปนี้
สิ่งที่ผมอยากแนะนำสำหรับคนไปครั้งแรก
ถ้าเป็นการไปจีนครั้งแรก แล้วเลือกเส้นทาง เฉิงตู → ปี้เผิงโกว → สี่ดรุณี ผมมองว่าอย่าพยายามจัดแพลนแน่นเกินไปครับ
เพราะสิ่งที่เหนื่อยจริง ๆ ไม่ใช่แค่การเดินเที่ยว แต่เป็น การนั่งรถและการเปลี่ยนระดับความสูง
บางช่วงนั่งรถหลายชั่วโมง พอลงรถก็ต้องเดินต่อ พอขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูงก็เหนื่อยง่ายกว่าปกติอีก
ดังนั้นการมีรถพร้อมคนขับจึงช่วยได้เยอะมาก เพราะเราสามารถกำหนดเวลาเองได้ และถ้าวันไหนเหนื่อยมากก็ปรับแพลนหน้างานได้
อีกอย่างที่อยากแนะนำคือ อย่าเอารูปในอินเทอร์เน็ตมาเป็นมาตรฐานว่าของจริงต้องเหมือนเป๊ะ ๆ
บางวันฟ้าเปิดคือสวยแบบว้าวมาก
แต่บางวันหมอกลง ฝนตก หรือเมฆบังภูเขา เราก็จะได้วิวอีกแบบหนึ่ง
และนั่นแหละครับ คือเสน่ห์ของการเที่ยวธรรมชาติ
สรุป
สำหรับผม ทริป สี่ดรุณี + ปี้เผิงโกว 5 วัน 4 คืน เป็นทริปที่ค่อนข้างเหมาะกับคนที่อยากลองเที่ยวจีนด้วยตัวเอง แต่ยังไม่อยากลุยแบบ Backpack หนัก ๆ
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวจริง ๆ มีไม่กี่อย่างครับ
มือถือพร้อม → เงินพร้อม → แอปพร้อม → รถพร้อม → ร่างกายพร้อม
ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของการเดินทางครับ
ภาษาจีนพูดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
Google ใช้ไม่ได้ก็ยังมีทางเลือก
หาของกินไม่เจอก็ใช้แอปช่วย
หลงก็เปิด AMap
เรียกรถก็ DiDi
จ่ายเงินก็ Alipay
เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปครับ
เพราะสุดท้ายแล้ว การเที่ยวเองไม่ได้แปลว่าเราต้องทำทุกอย่างเอง 100%
แต่คือการที่เราสามารถ วางแผนการเดินทางของตัวเอง และเลือกวิธีที่เหมาะกับเราได้
สำหรับทริปนี้ ถ้ามีโอกาสกลับไปอีก ผมก็คงอยากลองไปช่วงฤดูอื่นดูบ้างครับ ว่าภูเขาสี่ดรุณีและปี้เผิงโกวในวันที่ไม่มีฝน จะสวยแตกต่างจากครั้งนี้ขนาดไหน
แล้วถ้าใครกำลังวางแผนไปเที่ยวเส้นทางนี้อยู่ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เตรียมตัวได้ง่ายขึ้นนะครับ
แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าครับ
— tripunseen
